ย้อนกลับไปราวๆสามล้านวินาทีก่อน
เวลาประมาณตีสอง
"ไอ้เปรตเอ๊ยยยย ถนนแม่งเป็นห่านอะไรไปหมดวะเนี่ย"
ผมขับอ้อมถนนใหญ่ออกมา ผ่านซอยเล็กๆแห่งหนึ่ง เห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีขาว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผีชัวร์ๆ ผมขับผ่านไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดมากกว่าความกลัว
"ถ้าจะขึ้นอย่างน้อยก็ต้องมีตังจ่ายค่ามิเตอร์ซิวะ" ผมเลี้ยวเข้าซอยอีกซอยหนึ่งคาดว่าจะทะลุไปที่ถนนใหญ่ด้วยความเร็วแสง ทันใดนั้นก็เห็นกลุ่มคนราวๆสามคนยืนโบกรถ
"ไปปากซอยข้างหน้านี่ครับ"
"ขึ้นโลด"
สวยยยยยย ออกถนนใหญ่พร้อมเงินอีกต่างหาก
ปัง!! ขึ้นมาเบ็ดเสร็จหนึ่งคนถ้วน
"อ้าวที่เหลือล่ะ"
"แค่มาส่งผมน่ะ" ผมหันไปมองอีกสองคนที่เหลือเดินหายเข้าไปในความมืด
"แล้วก็ ต้องเปลี่ยนเป้าหมายนิดหน่อยนะลุง"
"อะไรนะ?" ผมไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกรึเปล่า ขึ้นรถแล้วจะเปลี่ยนที่งั้นหรอ โอเคไม่เป็นไร ถ้าเราไม่ไป แค่จอดทิ้งไว้เฉยๆเดี๋ยวมันก็ลงรถไปเอง
"ขับไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะตาย"
อ้าว ไอ้หอกนี่ กวนตีนกูนี่หว.... ผมยังคิดไม่ทันจบประโยค ก็ต้องชะงักไป
อะไรบางอย่างจ่ออยู่ที่คอของผม มันกดลงบนคอลึกลงไปเรื่อยๆ ของเหลวอุ่นๆเริ่มไหลออกมาจากคอ ร่างกายเริ่มสั่นเทา ผมค่อยๆเอื้อมมือไปเร่งแอร์ให้เย็นขึ้น รู้สึกร่างกายร้อนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เหงื่อกาฬไหลพล่านทั่วตัว หรือนี่จะเป็นอาการปกติของความกลัว
"ลุงคงรู้ความหมายของมันนะ... ก็อย่างที่ผมบอก ...ขับไปเรื่อยๆ"
เรื่อยพ่อมึงซิ มึงจะเลื่อยคอกูอยู่แล้วเนี่ยย!!
"อ่า น้องครับ ใจร่มๆก่อนนะครับ โลกนี้มันมีอะไรให้ทำเยอะกว่าการฆ่าแท็กซี่นาเหวย ยิ่งเคยมีปัญหาเด็กฆ่าแท็กซี่เพราะเกมส์GTAอยู่ด้วย สงสารลุงเถอะครับ ลูกๆหลานๆลุงจะได้มีโอกาสเล่นเกมส์กันได้ต่อไป อย่าให้มันต้องโดนแบนเพราะน้องเลย"
ตายห่า กูไม่ได้อยากจะพูดแบบนี้นี่หว่า คงเป็นเพราะความกลัวบัดซบเลยทำให้เผลอพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปเป็นแน่แท้
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงลุงตาย วิญญาณลุงก็ตกเป็นทาสผม และแน่นอนลุงต้องขนศพตัวเองไปตลอดทาง"
แน่ะ ไอ้เปรซซ...มีพูดให้กำลังใจกันอีก
พลันสายตาเหลือบไปเห็นยาริสสีแดงเลนข้างๆ ...คนขับสวยชะมัด
พลับเสียงบีบแตรก็ดังสนั่น
พลันเห็นรถวิ่งสวนเข้ามา
4เมตร ไม่สิ อาจเป็น2เมตรก่อนเกิดการปะทะ ก่อนพิสูจน์กฏโมเมนตัม
ก่อนผมหลับตา
ทุกอย่างมืดสนิท
ก็ดี ชึวิตกูมันก็ไม่มีเหี้ยไรดีอยู่แล้ว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"2-2 กูชนะ"
"ชนะพ่อง ไอ้เหี้ยฬ"
"ก็กูบอกว่า กู-ชะ-นะ ได้ยินชัดไม๊ไอ้กาก พรุ่งนี้ก่อนเคารพธงชาติ สามพันต้องวางอยู่บนโต๊ะกู"
"ไม่...."
"ทำไม มึงจะทำไมกู มึงเล่นกับกูก็ต้องใช้กติกู เข้าใจไม๊" มันเดินมาจับหัวผมกดลงไปก่อนจะกระซิบเบาๆ
"หรือจะให้กูเอาที่อยู่บ้านมึงไปให้ไอ้ตุ๋ย ได้ข่าวว่าช่วงนี้มึงอยู่คนเดียวด้วยสิ....รับรอง คืนนี้สนุกแน่ พยักหน้าซิวะ พยักหน้าแล้วบอกกูว่า แบ๊งพันใหม่ๆสามใบจะวางอยู่บนโต๊ะท่านด๊องในวันพรุ่งนี้ก่อนที่ประชาชนทั้งประเทศจะร้องเพลงชาติ"
"ไม่.." เสียงผมอยู่ในลำคอ
มันเงียบไปครู่หนึ่ง
"เหอะ กากเอ๊ยย" มันสบถ ก่อนจะจากไป
"....ก...กู...ไม่ยอม.."เสียงผมยังคงอยู่ในลำคอ
"ค่ากีฬาสี"ถูกใช้เป็นข้ออ้างขอเงินแม่ในวันรุ่งขึ้น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"เลิกกันเถอะ เราดีเกินไป เรามีคนใหม่แล้ว นายมันกาก บ๊ายบายนะ ถ้ายังอยากหาแฟนอีก เราแนะนำเสาไฟฟ้าต้นนั้นนะ ตอนกลางคืนมีหมามาฉี่เยอะ เราว่าเหมาะกับเธอดี" เธอบอกลาด้วยใบหน้าที่ดีใจที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้
ผมเดินไปคุยกับเสาต้นนั้น แต่น่าแปลกมันฟังผมพูดมากกว่าคนอื่นซะอีก มันคงเหมาะกับผมจริงๆน่ะแหละ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"มึงเรียกนี่ว่าเสร็จแล้วหรอ กูว่ากูสั่งให้คนทำนะไม่ใช่หอยเม่น แล้วนี่มันอะไรวะ งานแบบนี้ถ้ากูรับ มาตรฐานบริษัทคงไม่ต่างจากร้านขายเฉาก๊วยหน้าซอย เอ้อ จริงสิ กูว่าบางทีเฉาก๊วยอาจทำได้ดีกว่ามึงอีกนะ เพราะงั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปไม่ต้องมาที่นี่อีก ส่วนเงินเดือนก็...นะ..."เขาเดินมาตบไหล่โดยไม่พูดอะไรต่อ ก่อนเดินจากไป
วันรุ่งขึ้นผมก็ขับแท็กซี่ และเลิกกินเฉาก๊วย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ถ้ารถเป็นอะไรไปคงแย่นะ"
เสียงเด็กเปรตนั่นปลุกผมจากภวังค์ รถผมยังอยู่ดี ร่างผมยังอยู่ครบ แน่นอนว่าร่างมันด้วย
"ม..."
"ขี้เกียจอธิบายนะ เอาเป็นว่า ตอนนี้ไม่มีใครเห็นเราและไม่มีใครเปลี่ยนแปลง'สภาพ'เราได้ เพราะงั้นขับต่อไป ไม่ต้องงง"
ไอ้เป็ดเอ๊ยยยยย ชาตินี้กูจะได้พูดจบประโยคไม๊วะเนี่ย แค่อยากจะพูดว่า"เมื่อยมือจัง"เนี่ยนะ
"งั้น.....เราจะไปไหนกันดี"
"ดาวเนปจูน"
.
.
.
.
ควย
แล้วมันจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่ามิเตอร์
นั่นเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายก่อนเราผ่านดอยสุเทพ
=============================================================
กลับมาที่ปัจจุบัน เวลาประมาณบ่ายสามโมง มิเตอร์พังไปแล้ว
"ทำไมถึงเลือกลุง"ผมตัดสินใจพูดออกไปเป็นครั้งแรกหลังจากขับผ่านประเทศอุรุกวัย
"....หมายความว่ายังไง .. ลุงเชื่อเรื่องผู้ถูกเลือกอะไรยังงั้นด้วยเหรอ ลุงเชื่อเรื่องดาบเอ๊กซ์คาลิเบอร์เลือกกษัตริย์อาเธอร์? เชือเรื่องปีเตอร์ พาร์กเปอร์ถูกเลือกให้เป็นสไปเดอร์แมน? ให้ตายเหอะ ผมล่ะเกลียดชะมัดกับความคิดแบบนี้ จริงๆแล้วมันไม่ได้มีการเลือกอะไรทั้งนั้นหรอกนะ ดาบมันก็อยู่อย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว ใครจะดึงขึ้นก็ไม่เป็นแปลก แมงมุมมันก็แค่อยากกัดอะไรซักอย่างหลังจากถูกทดลอง ลุงก็แค่ขับรถผ่านมาตอนที่ผมอยากขึ้นรถ มันก็แค่นั้น ลุงลองคิดมุมกลับดูซิ ลุงอาจจะเป็นคนเลือกผมเองต่างหาก เลือกมารับอย่างถูกที่ถูกเวลา งั้นผมลองถามกลับดูว่าทำไมลุงถึงเลือกผม่ะ"
".....ฮะ....อะไรนะ..... อ๋อๆๆ เอ้อนั่นแหละๆแค่ขับผ่านน่ะ" ผมไม่ได้ฟังมันพูดตั้งแต่ดาบเอ๊กๆอะไรของมันนั่นแล้ว
"แล้วเมื่อไหร่เราจะถึงดาวเนปจูน"
"ลุงต้องเหาะ"
ทันใดนั้นรถก็ค่อยๆยกสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมมึงไม่ทำแต่แรกว๊า
"นั่นน่ะซิ" ผมไม่แน่ใจว่ามันพูดลอยๆหรืออ่านใจผมได้
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กลับไปสู่อนาคต บริเวณดวงจันทร์ไททัน
ณ ตอนนี้ในหัวผมมีแต่ความว่างเปล่า ผมใช้เวลาในการขับรถแทบทั้งชีวิตพลางคิดไปถึงเรื่องต่างๆในอดีต คิดพลางขับรถ ขับรถขณะคิด คิดจนไม่มีอะไรให้คิดอีก คิดจนลืมว่าก่อนหน้านี้คิดอะไรอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นนานเข้าหัวผมจึงอยู่ในสถาวะว่างเปล่า เพื่อให้รู้ว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ผมจึงขับรถต่อไป
"เมื่อไหร่มึงจะตาย" ผมพูดประโยคสุดท้ายในหัวของผมออกมา และลืมไปในทันทีว่าพูดอะไรออกไป
"......ผมตายแล้ว" มันตอบพลางยิ้มเท่าที่ทนุษย์จะทำได้เหมือนแฟนเก่าของผม จะต่างกันตรงที่ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นมนุษย์รึเปล่า
เหมือนมีอะไรบางอย่างมาปลดตัวผมออกจากรถ ประตูหลุดออกเป็นชิ้นๆ ผมค่อยๆลอยออกมาสู่อวกาศ เฉกเช่นอุกกาตที่ไร้จุดหมาย ผมไม่แม้แต่จะเหลียวมองรถ ในหัวผมคิดได้เพียงแค่
เด็กนั่นตายแล้ว